วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

/MV เจ็บ...และชินไปเอง/

/MV เจ็บ...และชินไปเอง/

เนื้อหาเพลงบอกเล่าเกี่ยวกับคนที่เคยรักกันที่วันนึงต้องเลิกรากันไป เพลงนี้จะพูดในมุมของคนที่โดน
บอกเลิก และยังฝังใจกับความเจ็บปวดครั้งนี้อยู่ ที่ไม่สามารถให้รักนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ก็ได้แค่คิดว่าเรื่อง
ของการเลิกรายังไงก็ต้องเกิดขึ้นสักวันนึงและคงทำได้แค่คิดถึงเรื่องราวดีๆที่เคยได้ทำร่วมกับคนที่รัก



mvเพลงนี้ ได้superstarคนไทยที่ดังมากๆในเอเชีย คือ นิชคุณ 2pm มาเล่นเป็นพระเอกให้
ซึ่งในmvตัวนี้จะบอกเล่าในมุมของผู้ชายที่เสียหญิงสาวคนรักไป แต่ก็ยังคงทำใจไม่ได้และ
คิดถึงแต่เรื่องราวที่เคยทำร่วมกันเธอคนนั้น ในmvนี้จะมี 2ส่วน คือ ส่วนอดีต ซึ่งจะเน้นใช้
ไฟที่ส่องให้เห็นหน้าทั้งหมดและมีการย้อมสี(แต่ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะใช้filter cosmetic
กับfilterที่เป็นสีส้มร่วมด้วย) ทำให้ภาพดูละมุนละมัย ตัวละครดูมีความสุขมากๆ 
ฉากทั้งหมดเกิดขึ้นในห้องที่มีโต๊ะอาหาร บรรยากาศมืดๆ และยังมีการใช้แสงเทียนทำให้
ตัวเราเข้าใจว่านี่คือช่วงเวลาอาหารค่ำของทั้งคู่ ในpartอดีตจะเน้นใช้มุมกล้องแบบ
medium shot เพราะจะทำให้เห็นกิจกรรมที่คู่รักคู่นี้ทำด้วยกันในอดีต เช่น การเต้นรำด้วยกัน




แต่ในpartที่เป็นปัจจุบัน มีการจัดแสงให้แสงมันเข้ามาจากด้านเดียว อีกด้านจะมืดไปเลย
แสดงถึงคนที่มีการจมอยู่กับอะไรบางอย่าง ไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดได้
เน้นใช้มุมกล้องแบบclose up และมีการถ่ายinsertสิ่งของเยอะมาก เพื่อให้เห็นรายละเอียด
ของสิ่งต่างๆ เช่น ถ่ายinsert เข็มของเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่กำลังทำงานอยู่ , insertเข็มนาฬิกา
สร้อยที่ร่วงลงกระทบกับพื้นเป็นต้น มีการทำภาพในหลายๆตอนให้มันslowลง เราคิดเอาเอง
ว่าเพื่อจะย้ำให้เราเห็นได้ชัดขึ้นว่าตอนที่slowนั้นมันทำให้ฝ่ายชายเจ็บปวดมาก



ในเรื่องของsound เราชอบมาก เพราะในmvนี้ไม่มีบทพูดเลย แต่มันกลับเศร้ามากๆเพราะ
soundที่เก็บมา จะเป็นเสียงของพวกสิ่งที่เราไม่ค่อยใส่ใจเสียงของมัน เช่น ตอนที่สร้อยตก
เสียงสร้อยที่กระทบกับพื้นแล้วเด้งขึ้นมาและตกลงสู่พื้นอีกครั้ง หรือตอนที่เข็มวินาทีของ
นาฬิกาค่อยๆเดิน เสียงทุกอย่างมันดังก้องๆ ดูยิ่งใหญ่ น่าจะสื่อว่าตอนนั้นเป็นฉากสำคัญ 
เป็นตอนที่สำคัญของตัวละคร ซึ่งที่มันดูเศร้ามากสำหรับเราเพราะการที่คนเราได้ยินเสียง
ที่ปกติไม่ได้ใส่ใจ แสดงว่ามันต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้ยินและจำเสียงนั้นได้ชัดเจน
ในที่นี้ก็คือการที่โดนบอกเลิกนั่นเอง




ตัวเราเองชอบฉากที่มีนกพิราบสีขาวบินผ่าน แล้วพระเอกค่อยๆมองตามมากๆ มันเป็น
ภาพslowที่ปีกของนกค่อยๆขยับทีละstep แม้มันจะดูไม่เนียนเพราะใช้นกพิราบgraphic 
และสายตาพระเอกที่ต้องมองตามนกที่บินผ่านมันไม่ตรงกัน แต่เราก็ชอบฉากนี้มากๆ




ตอนจบของmvนี้ จะเป็นพระเอกขว้างกรอบรูปของตัวเองที่ถ่ายคู่กับแฟนสาวกระแทกกับนาฬิกา
ทำให้นาฬิกาแตกและร่วงลงพื้น ฉากดังกล่าวมีท่อนจบของเพลงที่ร้องว่า“ฉันไม่มีวันจะหยุดรักเธอ
ได้เลย” มาประกอบด้วย ทำให้วิเคราะห์ได้ว่าเวลา(นาฬิกา)ของชายหนุ่มนั้นถูกทำลายโดย
หญิงสาวไปแล้ว เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ชายหนุ่มก็ไม่มีวันหยุดรักหญิงสาวได้เลย










/American History X/

/American History x/

เป็นเรื่องที่บอกเล่าผ่านบันทึกของน้องชายตัวเอกที่เขียนเกี่ยวกับพี่ชายที่เป็นพวกคลั่งneo-nazi 
และเกลียดคนผิวสีสุด เขาพยายามยัดเยียดความคิดผิดๆให้กับน้องชาย ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย
กับเขาก็จะกลายเป็นศัตรูของเขาหมด จนวันนึงเขาก็ได้ทำการฆ่าคนผิวสีกลุ่มนึงและโดนจับกุม
เข้าไปอยู่ในเรือนจำแห่งนึง ในเรือนจำนั้นเขาได้ทำงานร่วมกับชายผิวสีคนนึง และเขาก็ได้พบกับ
กลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกับเขา คือ พวกneo-nazi ซึ่งสิ่งที่เขาเจอในคุกทำให้ความคิดของเขา
เปลี่ยนไป เมื่อเขาออกจากคุกมาก็พยายามพาตัวเองและคนรอบตัวคนอื่นๆออกจากกลุ่มคนที่มี
ความคิดสุดโต่งนี้ แต่เขาก็กลายเป็นศัตรูกับกลุ่มคนพวกนั้น ตอนสุดท้ายเขาและครอบครัวก็เริ่ม
มีชีวิตที่ปกติสุขขึ้น แล้ววันนึงน้องชายของเขาก็ถูกยิงตายที่ห้องน้ำโรงเรียนโดยฝีมือคนผิวสีที่
ต้องการแก้แค้นพวกเขา




เรื่องนี้ผู้กำกับ Tony Kaye ทำออกมาได้ดิบเถื่อน เน้นใช้medium shotเพื่อให้เห็นถึงอารมณ์
ของตัวแสดงที่กระทำต่อคนอื่น หรือกระทำต่อสิ่งของ เช่น ฉากที่พี่ชายโดนกระทำในห้องน้ำใน
คุก ฉากนั้นถ่ายให้เห็นเฉพาะช่วงศีรษะถึงเอวของตัวละครและใช้actingเข้ามาประกอบ 
ก็สามารถทำให้เราเข้าใจได้ว่าเขากำลังมีอะไรกัน และ close up shot เพื่อเก็บอารมณ์ที่ตัวละคร
แสดงออกทางสีหน้า แววตา เช่น ฉากที่พระเอกเอาปืนยิงหัวคนผิวสีแล้วน้องชายมาเห็นเข้า 
เราเห็นอารมณ์ของน้องชายว่าทั้งอึ้ง ตะลึง ตกใจ สับสนโดยที่ไม่มีบทพูดเลย






ฉากที่เราชอบเป็นพิเศษมีอยู่ 2 ฉาก ก็คือฉากที่พระเอกโดนกระทำเสร็จแล้วก็ล้มลงกับพื้นห้องน้ำ
และกล้องก็ตัดให้เห็นส่วนหัวที่มีเลือดไหลออกมา และก็ตัดภาพไปที่กล้องวงจรปิด ซึ่งในกล้อง
วงจรปิดเราก็จะเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากหัวและจากก้น ซึ่งเป็นการเก็บรายละเอียดเพืิ่อย้ำว่า
พระเอกถูกชายคนเมื่อกี้กระทำจริงๆ อีกฉากคือฉากที่พี่ชายได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกและ
เดินไปหาชายผิวสีที่ทำงานมาด้วยกัน เพื่อขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้โดนกลุ่มคนผิวสีในคุกกระทืบ
โดยที่ในหนังไม่ได้ถ่ายทำตอนที่ชายคนนี้ไปบอกกับคนอื่นๆ แต่ก็เฉลยให้คนดูหายสงสัยด้วย
อาการตัวละครที่แสดงออกมา




วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

/MV ฟิน : 25hours/

 /MV ฟิน : 25HOURS/ 

เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงที่เราพึ่งมีโอกาสได้ดู​ ทั้งๆที่ฟังเพลงนี้มาเกือบสิบรอบ เป็นmvที่ดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากกกกกกก อาจเป็นเพราะlocationที่ไปถ่ายที่ทะเลทางใต้ น้ำใสๆ+ท้องฟ้าสีฟ้า+แสงแดดที่ปกคลุมทั้งท้องฟ้าและผิวน้ำและนักแสดงที่ยังวัยรุ่นและมีความสดใสมาก ที่สังเกตุเห็นได้ชัดมากคือmvนี้เน้นใช้มุมกล้องแบบclose upเพื่อที่จะเก็บความfreshความสนุกของนักแสดงที่แสดงออกมาทางสีหน้า สีในmvนี้ก็สวยๆ cleanๆ เหมือนเน้นใช้แสงธรรมชาติจากพระอาทิตย์มากกว่า http://www.youtube.com/watch?v=jeZFIFIWBJQ




/Snowpiercer/

/SNOWPIERCER/


เรื่องนี้คล้ายๆกับเรื่องescape plan แต่เรื่องนี้จะมีนัยการเปรียบเทียบในหลายๆเรื่องแฝงอยู่อย่างเนียนๆ ลุ้น สนุก แต่โหดไปหน่อย ฆ่ากันทั้งเรื่องใช้แต่กำลังอย่างเดียวไม่ค่อยคิด เรามีคำถามกับหนังเรื่องนี้เยอะ แต่ตอนจบก็เหนือคาด หักมุมดี เราไม่ค่อยเจออย่างงี้






/Prisoners/


 /PRISONERS/ 

เรื่องนี้ลุ้นมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตัวเรื่องพลิกไปพลิกมาน่าติดตามทั้งเรื่อง สนุกดี ลุ้นดี การเดินเรื่องไปจุดพีกและค่อยๆคลายปมไป สนุกดี เป็นอีกเรื่องที่อยากดูอีก

This movie was very excited for me. The plot has change and change and change all the time very interesting along the movie. When this movie proceed to the climax, the main character find out something that indicate what he has think it's wrong it's can't anticipate. I want to watch this movie again.






/สาวนักช้อป : โตไปไม่โกง/


 /สาวนักช้อป : โตไปไม่โกง/ 

หนังสั้นเรื่องนี้ตลกมากกกกกแม้จะสั้นมากก็ตาม ที่เราเลือกดูเรื่องนี้เพราะผกก.คนที่เราชอบกำกับ คือ คุณปิ๊ง อดิสรณ์ ผกก.เรื่อง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ อันนี้จะออกแนวตลก มีตัวแสดงหลักตัวเดียวแล้วคุยกับความคิดของตัวเอง มีกิมมิกลูกเล่นนู้นนี่ ทั้งเรื่องsoundประกอบด้วย เหมือนได้ดูเรื่อง ATMเออรักเออเร่อ อยู่เลย http://www.youtube.com/watch?v=_5wOaLZrrow







/Zero dark thirty/

/ZERO DARK THIRTY/ 


เป็นหนังที่เครียดมากๆๆๆ ชื่อตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่อะไรเยอะแยะ แถมยังกดดันมากๆๆอีก แต่ก็มีอะไรให้ตีความเยอะ ดูไปแค่ครั้งเดียวและก็ยังรู้สึกว่าได้อะไรไม่ครบถ้วน แต่ก็ไม่อยากดูอีกเพราะมันเครียดเกินไปสำหรับเรา